July 10, 2020

ZAF

องค์กรประสานตรวจสอบข่าวสาร

โรงพักวุ่น!รองผกก.จร.ติดโควิด กักลูกน้อง6นาย-สายสืบ’บช.น.’

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ตลิ่งชัน ได้ลงนามในหนังสือคำสั่งสถานีตำรวจนครบาลตลิ่งชัน ที่ 29/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจกักบริเวณภายในบ้านพัก โดยเนื้อหาในคำสั่งดังกล่าวมีใจความว่า ตามที่ได้รับแจ้งจาก พ.ต.ท.วรชัย ธนนิธิสกุล สารวัตรจราจร สน.ตลิ่งชัน ว่า พ.ต.ท.สมเกียรติ อนันตกาล รอง ผกก.จร. สน.ตลิ่งชัน เป็นผู้ป่วยติดเชื้อโรคโควิด19 ดังนั้น เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโรคดังกล่าว สถานีตำรวจนครบาลตลิ่งชัน จึงได้มีคำสั่งให้ผู้ที่ใกล้ชิด พ.ต.ท.สมเกียรติ ทั้งสิ้น 6 นาย 1.ร.ต.อ.วิชาญ จันทร์มณี รอง สว.จร. สน.ตลิ่งชัน 2.ร.ต.อ.บุญเชิด สิงห์ภิรมย์ รอง สว.จร. สน.ตลิ่งชัน 3.ร.ต.อ.เสนีย์ กันพาวงศ์ รอง สว.จร. สน.ตลิ่งชัน 4.ร.ต.ท.ประสงค์ น้อมระวี รอง สว.จร. สน.ตลิ่งชัน 5.ด.ต.สมทรง นามดิลก ผบ.หมู่ จร. สน.ตลิ่งชัน, และ6. ด.ต.บุญธรรม อินทร์ทองน้อย ผบ.หมู่ จร. สน.ตลิ่งชัน กักตัว อยู่ในบริเวณบ้านพักของตนเอง เป็นเวลา 14วัน ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. 63 ถึง 8 เม.ย. 63

พ.ต.อ.วราวัชร์ เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องจึงทำหนังสือไปยังผู้บังคับบัญชา โดยให้ รองผกก.จร. ที่ติดเชื้อพักรักษาตัวที่ รพ.ตร. และผู้ใกล้ชิดฝ่าย จร. 6 นาย กักตัวเองในที่พัก 14 วัน ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าติดเชื้อจากที่ไหน เพียงแต่มีอาการไข้ ประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่อไปตรวจ รพ.ตร. ปรากฎพบเชื้อ แพทย์จึงให้รักษาตัวทันที โดยไม่น่าจะติดจากด่านตรวจโควิด บริเวณหน้าศูนย์โตโยต้า ถนนราชพฤกษ์ แขวงและเขตตลิ่งชัน กทม. เนื่องจากเป็นด่านเจ้าหน้าที่ฝ่าย สวป. ในพื้นที่โรงพัก บก.น.7 ปฎิบัติงาน ฝ่าย จร. ไม่ได้เข้าไปร่วมด้วย ส่วน สน.ตลิ่งชัน เปิดให้บริการประชาชนตามปกติ ปิดแต่ห้อง รอง ผกก.จร. ที่เป็นห้องเดี่ยวบนชั้น 2 เพื่อรอการฆ่าเชื้อ สำหรับห้องปฎิบัติการฝ่าย จร. อยู่หลังโรงพัก เจ้าหน้าที่ยังปฎิบัติงานตามปกติ

ด้าน พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.7  กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.วราวัชร์ ผกก.สน.ตลิ่งชัน ยืนยันว่า พ.ต.ท. ที่พบว่ามีอาการติดเชื้อไวรัสโควิด- 19 ได้เข้าทำการรักษาตัวที่ รพ.ตร. แล้ว ก่อนที่จะมีการตั้งด่านจุดตรวจจุดสกัดป้องกันการแพร่ระเบิดไวรัสดังกล่าว ตามประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 1 ซึ่งจากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า พ.ต.ท.คนดังกล่าวได้มีการไปแข่งฟุตบอลมา จนกระทั่ง สงสัยว่าตัวเองมีอาการผิดปกติคล้ายกับติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยไม่ทราบสาเหตุจึงได้กักตัวไว้ก่อนที่จะเข้าทำการรักษาตัว อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลตรวจสอบสาเหตุการติดเชื้ออย่างละเอียดอีกครั้งว่าติดมาได้อย่างไร ส่วนผู้ใต้บังคับบัญชา  6 รายที่ทำงานใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.คนนี้ เบื้องต้นได้กักตัวเอาไว้หลัง พ.ต.ท.ดังกล่าวเข้ารักษาตัว โดยให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ไว้เพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19หรือไม่ต่อไป

นอกจากนี้รายงานข่าวจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล แจ้งว่า ทางกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น ได้ทำหนังสือรายงานถึง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. หลังได้รับรายงานว่า มีข้าราชการตำรวจในสังกัด บก.สส.บช.น. มีอาการสุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 โดยเบื้องต้นทาง พล.ต.ต.สันติ ได้สั่งการให้ข้าราชการตำรวจรายดังกล่าวกักตัวเองโดยอยู่ในสถานที่ที่พักของตนเอง ห้ามออกนอกพื้นที่เป็นเวลา 14 วันและให้เฝ้าดูอาการตนเอง หากตรวจพบมีอาการให้รีบไปรับการรักษาที่ รพ.ตำรวจ หรือโรงพยาบาลอื่นโดยเร็ว อีกทั้งได้เน้นย้ำให้การสวมหน้ากาก ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ หรือเจลฆ่าเชื้อบ่อยๆ ดำเนินการประสานกับบริษัท เอ็นริชพรูฟ จำกัด (Enrich prove) ซึ่งเป็นบริษัทรับทำความสะอาด พ่นฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 มาทำการพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณที่ทำการและที่พักชั่วคราว ตลอดจนที่ทำการของสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ตามวงรอบเดือนละ 2 ครั้ง ทุกๆ 15 วัน รวมทั้งได้จัดสวัสดิการทำกรรมธรรม์โควิดให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัด วงเงินคุ้มครองสูงสุด 1 แสนบาท

ทั้งนี้ มีรายงานว่านายตำรวจในสังกัด บก.สส.บช.น. ที่เข้าข่ายสุ่มเสี่ยงนั้น มาจากการที่ไปพบปะกับเพื่อนนายตำรวจที่เป็นพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ที่ก่อนหน้านี้ทางร้อยเวรคนดังกล่าวได้ออกมาโพสต์เฟชบุ๊กประกาศเตือน