May 21, 2020

ZAF

องค์กรประสานตรวจสอบข่าวสาร

สตช. เตรียมเชือด สารวัตรอมเงินงานศพ วันนี้รู้ หนักสุดไล่ออก

รองโฆษก ตร. ยันนโยบาย ผบ.ตร. ชัดเจน ห้ามหากินกับศพ เหมือนเป็นการซ้ำเติมผู้เสียชีวิต ชี้ สารวัตรงานศพยักยอกเงินหลวง หนักสุดไล่ออก เชื่อไม่ต้องยกเครื่องระบบบริหารจัดการศพวัดตรีทศเทพใหม่ เหตุเป็นความผิดบุคคล พร้อมเผยกรณีนี้ไม่มีผู้เสียหายที่เป็นญาติของตำรวจหน่วยอรินทราชที่เสียชีวิตในเหตุยิงกราดโคราช

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.63 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุวันนี้จะชัดเจนว่า พ.ต.ต.ธีร์ธดลย์ พันธ์สนิท สารวัตรฝ่ายการฌาปนกิจสงเคราะห์ ที่รับผิดชอบวัดตรีทศเทพ จะถูกดำเนินการทางวินัยอย่างไร ซึ่งเบื้องต้นมี 3 แนวทาง เบาไปหนัก เริ่มจากปลดออก ให้ออก จนถึงไล่ออก เนื่องจากผลการสืบสวนในชั้นต้นมีมูลความผิดจริงตามที่ผู้เสียหายกล่าวหา มีพฤติกรรมเบียดบังเงินค่าฌาปนกิจที่ต้องส่งเข้าหลวง และเงินที่เจ้าของงานศพจ่ายให้เพื่อใช้จ่ายในการบริหารจัดการงานศพที่วัดตรีทศเทพ เช่น ค่าอาหารว่าง ดอกไม้ ชุดสังฆภัณฑ์ และเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้กับวัด โดยถูกตรวจสอบพบความผิดมาระยะหนึ่งแล้ว รวมเงินกว่า 600,000 บาท และค้างชำระผู้ประกอบการอีกหลายราย

“ยืนยันยังไม่ถึงขณะต้องยกเครื่องการบริหารจัดการงานฌาปนกิจศพที่วัดตรีทศเทพ ซึ่งเป็นฌาปนสถานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากเป็นความผิดส่วนบุคคล ไม่ได้เป็นที่ระบบจัดการ แต่หากผลการสอบวินัยร้ายแรงเกี่ยวข้องกับใครดำเนินการโดยไม่ละเว้น” รองโฆษก ตร.กล่าว

รองโฆษก ตร. ยืนยันว่า กรณีการยักยอกเงินที่วัดตรีทศเทพครั้งนี้ไม่มีผู้เสียหายที่เป็นญาติของตำรวจหน่วยอรินทราชที่เสียชีวิตในเหตุยิงกราดโคราช เป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อนของสื่อ พร้อมยืนยันว่าการร้องเรียนครั้งนี้ไม่มีความขัดแย้งส่วนตัวระหว่าง พ.ต.ต.ธีร์ธดลย์ และผู้ประกอบการร้านค้าที่ส่งอาหารและอื่นๆ ในงานฌาปนกิจศพของวัด อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีนโยบายชัดเจน ไม่ให้ตำรวจหากินกับศพ เพราะเป็นการซ้ำเติมญาติผู้เสียชีวิตให้ทุกข์หนักขึ้น โดยให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดในทุกกรณี

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นทราบว่าในส่วนของเงินกองสวัสดิการมีการยักยอกไปประมาณ 6 แสนกว่าบาท ส่วนกรณีการสั่งสิ่งของจากร้านค่าน่าจะประมาณหลักหมื่นบาท สำหรับกรณีที่นายตำรวจท่านนี้มีพฤติกรรมอย่างนี้ เกิดจากสาเหตุอะไรยังไม่ได้รับรายงานเข้ามา แต่ไม่ว่าจะเกิดจากมูลเหตุจูงใจอะไร การกระทำดังกล่าวได้เกิดเป็นความผิดไปแล้ว มีการใช้อำนาจหน้าที่ มีการใช้ตำแหน่งที่ไม่ชอบไปแล้ว จึงต้องมีการดำเนินการตามกฎหมาย กรณีดังกล่าวผบ.ตร.สั่งการให้ดำเนินการให้ชัดเจน และเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่อยู่ใกล้ชิด เนื่องจากมีคำสั่งที่ชัดเจนให้ผู้บังคับบัญชาไปสอดส่องดูแลความประพฤติของลูกน้องตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวและส่วนรวม ซึ่งการที่มีข้าราชการตำรวจมาหากินอย่างนี้ ใครก็รับไม่ได้ จะต้องมีมาตราการดำเนินการอย่างถึงที่สุด และต้องมีคำตอบให้สังคม

“หากพบว่ามีบุคคลใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ก็จะมีมาตราการดำเนินการต่อไป เรื่องนี้เป็นความผิดส่วนตัว ดังนั้นแนวทางป้องกันเชื่อว่ามีการวางระบบการป้องกันไว้อยู่แล้ว เพียงแต่คนที่คิดทุจริต แม้จะวางระบบไว้อย่างไรก็จะพยายามหาช่องทางกระทำความผิดไว้อยู่ดี เป็นเรื่องของจิตสำนึกมากกว่า เป็นเรื่องความประพฤติส่วนตัวของตำรวจที่ไม่ดีคนหนึ่ง”รองโฆษก ตร.กล่าว